นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน

นโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

                 ด้วยความมุ่งมั่นและอุดมการณ์ในการบริหารจัดการของกลุ่มบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) “กลุ่มบริษัท” ที่จะดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม ซื่อสัตย์ มีความรับผิดชอบต่อสังคมและเคารพในสิทธิมนุษยชนต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ โดยกลุ่มบริษัทจะมุ่งมั่นในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง สร้างความตระหนัก ทบทวนและตรวจสอบอย่างรอบด้าน บริหารความเสี่ยงที่อาจจะนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเกิดจากการดำเนินธุรกิจ สอดคล้องตามหลักกฎหมายท้องถิ่นและปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Right หรือ UNHR), ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact หรือ UNGC), หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business & Human Rights หรือ UNGP) และ ปฏิญญาองค์กรแรงงานระหว่างประเทศว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงาน (ILO Declaration on Fundamental Principles and Right at Work) อันจะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้รับความเคารพ ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทจะปราศจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงเห็นสมควรให้กำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนฉบับนี้ขึ้น โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารระดับสูงของหน่วยธุรกิจ รวมถึงผู้บริหารระดับจัดการ ฝ่ายสื่อสารองค์กร ฝ่ายบัญชีการเงิน ฝ่ายตรวจสอบภายในและบริหารความเสี่ยง ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ฝ่ายบริหารห่วงโซ่อุปทาน ฝ่ายทรัพยากรบุคคลกลาง และฝ่ายทรัพยากรบุคคลและธุรการของแต่ละหน่วยธุรกิจ และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักประธานกลยุทธ์องค์กรและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ร่วมกันบูรณาการแนวทางปฏิบัติและปรับปรุงนโยบาย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายงานมีส่วนร่วมและร่วมมือกันในการดำเนินงานและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ขอบเขตการดำเนินการ

                 นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนฉบับนี้ใช้สำหรับการดำเนินทุกธุรกิจของกลุ่มบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งหมายรวมถึงทุกกิจกรรมทางธุรกิจที่กลุ่มบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีอำนาจในการบริหารจัดการ
                 กลุ่มบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มุ่งหวังให้คู่ธุรกิจของกลุ่มบริษัท เช่น บริษัทร่วมลงทุนอื่นๆ ผู้รับเหมา  ผู้ส่งมอบ  ผู้รับจ้างช่วงและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้การสนับสนุนนโยบายฉบับนี้และยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน

กรอบการจัดการด้านสิทธิมนุษยชน

            การจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มบริษัทประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้

  1. การกำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน และการสร้างความตระหนักและความรู้
  2. การจัดทำกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
  3. การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน และผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน มาตรการการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน
  4. กำหนดกลไกรับเรื่องร้องทุกข์ และกำหนดมาตรการเยียวยากรณีเกิดผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน
  5. การติดตามและรายงานผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
นโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน
  1. คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับตำแหน่ง ต้องตระหนักถึงความสำคัญในการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนใน ทุกด้าน ตลอดจนสังคม ชุมชนตามกฎหมายของแต่ละประเทศที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของ  กลุ่มบริษัทอันชอบด้วยกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการปฏิบัติต่อทุกคนตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมกันโดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ หลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน  ตลอดจนสนับสนุนส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบ
  2. กลุ่มบริษัทจะดำเนินการจัดการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง ติดตามตรวจสอบเพื่อระบุประเด็นการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กำหนดกลุ่มหรือบุคคลที่ได้รับผลกระทบ กำหนดแนวทางหรือมาตรการในการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม วางแนวทางแก้ไขและป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนพร้อมบรรเทาผลกระทบที่เหมาะสมในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
  3. จัดให้มีช่องทางการสื่อสารแบบสองทาง เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการปฏิบัติตนต่อการเคารพสิทธิมนุษยชน รวมถึงให้การสนับสนุนแก่ผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ พนักงาน คู่ธุรกิจ ผู้ส่งมอบและบริการ  ผู้รับเหมา  ตลอดจนผู้ร่วมธุรกิจมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม เคารพต่อสิทธิมนุษยชนและสามารถแสดงความคิดเห็น สะท้อนปัญหา หรือแจ้งเบาะแสข้อร้องเรียน หากมีเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกี่ยวข้องต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน
  4. จัดให้มีกระบวนการตรวจสอบ สอบสวนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนที่ได้รับแจ้ง พร้อมทั้งรายงานต่อผู้บริหารระดับสูง เพื่อดำเนินการบรรเทา หรือแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม รวมถึงจะให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายและคุ้มครองบุคคลผู้ที่แจ้งเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชน
  5. กลุ่มบริษัทจะให้ความเคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องจัดให้มีอย่างเพียงพอ และจะจัดเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ภายใต้การดำเนินธุรกิจ และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความรับผิดชอบ
  6. กลุ่มบริษัทจะไม่เกี่ยวข้อง หรือให้การสนับสนุนการใช้แรงงานเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี
  7. กลุ่มบริษัทจะไม่เกี่ยวข้อง หรือให้การสนับสนุนการใช้แรงงานที่เกิดจากการบังคับ และไม่สมัครใจ
  8. กลุ่มบริษัทจะจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัย และถูกสุขอนามัย และจัดมีขั้นตอนในการป้องกันอุบัติเหตุ และการบาดเจ็บ หรือเป็นภัยต่อสุขภาพที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับการทำงาน
  9. กลุ่มบริษัทจะเคารพในสิทธิของแรงงานทุกคนที่จะแสดงความคิดเห็น เจรจาร่วมกันโดยเป็นการปฏิบัติตามแนวทางของกฎหมาย
  10. กลุ่มบริษัทไม่สนับสนุนการกีดกัน หรือเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ อาทิเช่นในกระบวนการจ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน โอกาสการเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตำแหน่ง การเลิกจ้าง หรือการเกษียณอายุ เป็นต้น ด้วยเหตุผลด้านอายุ เพศ ความเป็นสตรี เชื้อชาติ ชนชั้นวรรณะ สัญชาติ ศาสนา รสนิยมทางเพศ ความพิการ สรีระทางกายภาพอื่นๆ ความคิดเห็นทางการเมือง หรือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ เช่น แรงงานต่างด้าว ผู้เจ็บป่วย เป็นต้น
  11. กลุ่มบริษัทจะไม่เกี่ยวข้องหรือสนับสนุนการใช้บทลงโทษทางร่างกาย การข่มขู่คุกคามทางกาย และใจ การใช้วาจาที่รุนแรง
  12. กลุ่มบริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องในเรื่องชั่วโมงการทำงาน วันหยุด วันลา และชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา
  13. กลุ่มบริษัทจะจ่ายค่าจ้างค่าตอบแทนให้สอดคล้องอย่างน้อยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดหรือเพียงพอต่อความจำเป็น ขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต
  14. กลุ่มบริษัทจะไม่เกี่ยวข้อง หรือให้การสนับสนุนการจัดทำสัญญาจ้างที่ไม่เป็นธรรมต่อแรงงาน หลักสูตรฝึกอบรมที่เป็นเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงภาระผูกพันด้านแรงงาน
  15. กลุ่มบริษัทมุ่งมั่นที่จะถือปฏิบัติให้สอดคล้องตามข้อกำหนด และกฎหมาย หรือกฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง และให้ความเคารพต่อบทบัญญัติสากล
  16. กลุ่มบริษัทจะทบทวนความเพียงพอ ความเหมาะสม ความมีประสิทธิผลของนโยบายกลุ่มบริษัท ระเบียบปฏิบัติ และผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอเทียบกับข้อกำหนดมาตรฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยจะดำเนินการแก้ไขปรับปรุงระบบตามความเหมาะสม และเป็นปัจจุบัน
  17. ผู้ที่กระทำการละเมิดสิทธิมนษยชนถือว่าเป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณของกลุ่มบริษัท ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยตามกฎระเบียบข้อบังคับการทำงานที่กำหนดไว้ นอกจากนี้อาจจะได้รับโทษตามกฎหมายหากการกระทำนั้นผิดกฎหมาย
การแจ้งข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะ

            กลุ่มบริษัทได้จัดให้มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบ หรือมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือจากการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของกลุ่มบริษัทเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยครอบคลุมขั้นตอนการรับคำร้องเรียน การสอบสวนข้อเท็จจริง สรุปการพิจารณา การคุ้มครองผู้ร้องเรียนและผู้เกี่ยวข้อง โดยดำเนินการตามมาตรการการร้องเรียน ดังนี้

ขอบเขตของการร้องเรียนและเสนอแนะ

            เป็นข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน

ผู้ที่สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนและเสนอแนะ

            ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มของกลุ่มบริษัท

กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะ
  1. ผู้ถูกละเมิด หรือผู้พบเห็นการละเมิดในการฝ่าฝืนนโยบาย กฎหมายท้องถิ่นหรือปฏิญญาสากลว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนจากกลุ่มบริษัท สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะผ่านช่องทางในการร้องเรียนและข้อเสนอแนะตามที่กลุ่มบริษัทกำหนด
  2. หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะแล้ว ผู้รับเรื่องร้องเรียนดำเนินการส่งเรื่องให้บุคคล หรือคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ สอบสวนตามขั้นตอน กำหนดมาตรการเยียวยา แก้ไขกรณีพบว่ามีการละเมิด พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้า เพื่อสร้างความมั่นใจว่าข้อร้องเรียนหรือข้อเสนอแนะดังกล่าวได้รับการดำเนินการอย่างเหมาะสม
  3. กรณีที่พิสูจน์ได้ว่าข้อร้องเรียนเป็นเท็จ หรือมีเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือการให้ร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย กรณีที่ผู้ร้องเรียนเป็นพนักงานของกลุ่มบริษัท ให้ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณธุรกิจ และกฎระเบียบของกลุ่มบริษัท อาจได้รับการลงโทษตามระเบียบของกลุ่มบริษัทหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย หากผู้ร้องเรียนเป็นบุคคลภายนอกอาจดำเนินคดีตามกฎหมาย
ช่องทางในการร้องเรียนและเสนอแนะ
  1. จดหมายถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
    บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
    เลขที่ 770 หมู่ 6 ถ.เทพารักษ์ ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10270
    โดยจ่าหน้าซอง ประทับตรา หรือระบุข้อความ ที่แสดงถึงเป็น เอกสารลับเฉพาะ
  2. อีเมลถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ceo@epg.co.th
  3. แจ้งเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะบนเว็บไซด์ www.epg.co.th
  4. ตู้รับเรื่องร้องเรียนที่กำหนดไว้ภายในกลุ่มบริษัท โดยจ่าหน้าซองถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประทับตรา หรือระบุข้อความที่แสดงถึงการเป็น เอกสารลับเฉพาะ เพื่อให้ผู้เปิดตู้รับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะนำ เสนอต่อผู้ถูกจ่าหน้าซองต่อไป
การคุ้มครองสิทธิแก่ผู้ร้องเรียนและเสนอแนะ

            เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียนและเสนอความคิดเห็นที่กระทำโดยเจตนาสุจริต กลุ่มบริษัทจึงกำหนดขั้นตอนในการคุ้มครองสิทธิแก่ผู้ร้องเรียนและเสนอแนะ ดังนี้

  1. จะปกปิด ชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลใดๆ ที่สามารถระบุตัวผู้ร้องเรียนและเสนอแนะ และเก็บรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียนและเสนอแนะไว้เป็นความลับ โดยจำกัดเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตรวจสอบ สอบสวนเรื่องร้องเรียนและเสนอแนะเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้
  2. ผู้รับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะรวมถึงผู้เกี่ยวข้องที่รับทราบรายละเอียดข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะ มีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูล เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับข้อร้องเรียน ห้ามเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เว้นแต่จำเป็นต้องเปิดเผยตามความจำเป็น
  3. ห้ามกระทำการใดๆ ต่อผู้ร้องเรียนและเสนอแนะ เช่น การกลั่นแกล้ง ข่มขู่ รบกวนการปฏิบัติงาน เลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่างๆ อันเป็นผลมาจากการร้องเรียนและเสนอแนะ
  4. กลุ่มบริษัทไม่มีนโยบายลงโทษ กลั่นแกล้ง ข่มขู่ หรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่างๆ ต่อผู้ร้องเรียนและเสนอแนะโดยเจตนาสุจริตไม่ว่าผลการสอบสวนจะระบุว่าผู้ถูกร้องเรียนมีการกระทำผิดหรือไม่ก็ตาม


ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป

Top